จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้49
mod_vvisit_counterเมื่อวาน191
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้398
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว1286
mod_vvisit_counterเดือนนี้3709
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว4597
mod_vvisit_counterทั้งหมด77199

ออนไลน์ (20 นาทีที่ผ่านมา): 15
Your IP: 38.107.179.221
,
Today: 21 พ.ค., 2012
สำหรับสมาชิก



RCD Chat

4 logins

Users: hello, guest5445, guest8166, guest8602

Chat Now!

บทความ เรียนรู้สิ่งที่ทำให้มากกว่าคนอื่น
ป้ายโฆษณา
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

โดย RCD ดร.กิตติพันธ์  ตัณฑะพงษ์ ผู้นำที่มากด้วยประสพการณ์ในการดำเนินธุรกิจ MLM
ซึ่งมีรายได้จากธุรกิจซูเลียนต่อเดือนร่วม 3 ล้านบาท


เรียนรู้สิ่งที่ทำให้มากกว่าคนอื่น
หากย้อนอดีต…เราทุกคนเกิดมาเป็นทารกจะไม่รู้อะไรเลยเหมือน ๆ กันทุกคนตราบจนเติบโตขึ้นก็จะเริ่มได้เรียนรู้   ทุก ๆ คนก็จะมีผู้ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ

คนแรกของเราก็คือพ่อแม่ !  เมื่อเติบโตขึ้นมาก็จะเป็นครูบาอาจารย์  รวมทั้งเพื่อนคนรู้จัก  ตลอดจนกระทั่งสิ่งแวดล้อมรอบตัว  และเราจะรู้มากขึ้นในเรื่องที่อยากจะเรียนรู้หรือศึกษามาต่อเนื่อง

หากท่านลองสังเกตตัวเองหรือคนรอบข้างของท่าน  จะเห็นได้ว่าไม่มีใครที่ฉลาดรู้หมดทุก ๆ เรื่องในโลกและไม่มีใครที่ไม่รู้อะไรเลยแม้แต่เรื่องเดียว  สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คนทั่ว ๆ ไปมองข้ามหรือมองไม่เห็นว่าทุกสิ่งในโลกล้วนเรียนรู้ได้หากเราอยากจะรู้จริง ๆ

ระยะแรกที่ผมเข้ามาสู่ธุรกิจขายตรง ปี 2540 นั้น…ผมเปรียบเสมือนเด็กทารก  ที่ไม่รู้อะไรเลยในธุรกิจ MLM  แม่ทีมก็พาไปฟังการประชุม  เปิดโอกาสทางธุรกิจ  ถึงได้มองภาพธุรกิจขายตรงออกมาลาง ๆ

ไม่ชัดเจนนัก  รู้เพียงแต่ว่า…  คนที่ทำธุรกิจ MLM ได้สำเร็จนั้น…ชีวิตเขาน่าอิจฉา  เขาพบความสุขของชีวิตที่สมบูรณ์แบบทั้ง 4 ด้านที่มนุษย์ใฝ่ฝัน คือ

1. มีรายได้มากเกินกว่ารายจ่าย หรือเสรีภาพทางการเงิน

2. มีเวลากับครอบครัวตามที่ต้องการ

3. มีความเป็นส่วนตัว ไม่อยู่ใต้อำนาจใคร

4. มีการยอมรับจากสังคม

ผมกลับมาบ้านในวันนั้นก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า…  เราต้องการไหม ?  ถ้าต้องการจริง ๆ ก็ควรจะมีความรู้ในเรื่องนั้นให้มากที่สุด  ไม่ใช่มีแต่ความต้องการเพียงอย่างเดียว  ตรงนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นโดยยึดคติที่ว่า

ต้องเรียนรู้งานนี้ให้มากที่สุด  มากกว่าทุก ๆ คน โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ อนาคตเราก็จะต้องทำงานขายตรงสำเร็จได้

ถ้าเรามีความรู้มากเพียงพอ  ผมมีงานธุรกิจส่วนตัวอยู่ 2-3 ธุรกิจ ในขณะนั้นจึงต้องจัดเวลาไปเรียนรู้เวลาประชุมวิชาการยอมได้อย่างเสียอย่าง   ผมชอบอ่านหนังสือและอ่านเยอะมาก  บางวันอ่อนเพลียอ่านได้ 2-3 หน้าแล้วหลับ !  ผมจะคิดว่าอย่างน้อย…ตื่นขึ้นมาก็รู้มากกว่าเมื่อวาน 2-3 หน้าแล้ว  ทำให้ไม่เคยเลิกอ่านหนังสือ

ก่อนที่ผมจะเริ่มต้นอะไร !  ผมจะศึกษาก่อนเสมอ… จะไปร้านหนังสือหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ มาอ่าน  โดยจะอ่านจากพื้นฐานก่อนให้จบทีละเล่ม … ทีละเล่ม  

ความอยากรู้จะทำให้ไม่ง่วงในขณะที่อ่าน

อยากรู้เรื่องประเทศจีน  ก็จะซื้อหนังสือเกี่ยวกับประเทศจีน  วีดีโอเกี่ยวกับประเทศจีน แผนที่เกี่ยวกับประเทศจีนทุก ๆ อย่างที่เกี่ยวกับประเทศจีนมาอ่าน มาศึกษาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  สุดท้ายผมก็จะมีความรู้เกี่ยวกับประเทศจีนมากและเมื่อเดินทางไปเที่ยวประเทศจีน  ผมจะรู้สึกสนุกและเข้าใจสิ่งต่างๆได้เร็วขึ้นกว่าคนทั่วๆ ไป    

เมื่ออยากรู้ธุรกิจขายตรง  ผมก็จะซื้อหนังสือธุรกิจขายตรงมาอ่านอย่างไม่รู้จักเบื่อ  เล่มแล้ว … เล่มเล่า  และถ้าเห็นว่าเนื้อหาในเล่มนั้นดีเราก็จะนำไปประยุกต์ใช้ได้กับบริษัทที่เราเป็นสมาชิกอยู่  ก็จะอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกจนขึ้นใจเนื้อหาในหนังสือธุรกิจขายตรงที่มีขายอยู่ทุก ๆ เล่ม   บอกเหมือนกันคือ…ให้พัฒนาที่ตัวเองก่อน

ผมก็ไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองมาอ่านอีกอ่านเยอะมาก มีเยอะมาก  ยิ่งอ่านไปเรื่อย    ก็ยิ่งมีความรู้ …เพิ่มขึ้น…เพิ่มขึ้น  และมองเห็นข้อผิดพลาดของตัวเองในอดีตในทุก ๆ ด้าน  ทำให้เกิดการปรับตัวเปลี่ยนแปลงในทางที่ ดีขึ้น ดีขึ้น และดีขึ้นอีก 

ขณะที่ทำธุรกิจขายตรงในระยะแรก  ทีมงานมาถามรายละเอียดเรื่องสินค้าผมตอบไม่ได้ !  มาถามรายละเอียดเรื่องแผนการตลาด  ผมตอบไม่ได้ !  วันนั้นผมกลับมาบ้าน  แล้วคิดว่าทำไมเราตอบไม่ได้?  เหตุผลก็คือเราไม่ได้โง่… แต่เราไม่รู้  ถ้าเรารู้เราคงจะตอบได้แน่ ๆ  ผมจึงเร่งรีบศึกษารายละเอียดของสินค้าชนิดเจาะลึกทันที !  สินค้ามีกี่ชนิด ดีอย่างไร  ต้องรู้จริงให้หมด  แผนการตลาดไม่รู้ไม่เข้าใจส่วนใด  เรียนรู้ให้หมด !  ถามจากแม่ทีมที่มีความรู้  หรือไม่ก็ถามจากบริษัทโดยตรง  ผมจะไม่ยอมปล่อยตัวเองให้ไม่รู้ต่อไปเรื่อย ๆ   หลังจากนั้นไม่นาน  ผมก็เริ่ม่รู้และเข้าใจสินค้ากับแผนการตลาด  มากขึ้นเรื่อย ๆ   จนสุดท้ายก็ถูกเชื้อเชิญให้เป็นวิทยากร  ตรงนี้ก็เป็นปัญหาใหม่อีกแล้ว…  กลัวจะพูดไม่ได้  กลัวจะพูดไม่ดี  กลัวจะพูดไม่น่าฟัง  จึงต้องรีบไปหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับการพูดในที่ชุมชน  การเป็นนักพูด  การเป็นพิธีกร-วิทยากรและรีบเร่งศึกษา อ่าน ๆ ๆ ๆ  แล้วลองไปเข้าใจหลักในการพูด การบรรยายและให้คำแนะนำทีมงานที่กำลังฝึกฝนเป็นวิทยากรได้

การเรียนรู้จากหนังสือเป็นหลักใหญ่ของการเรียนรู้  ในการทำธุรกิจขายตรง  นอกจากนั้นยังมีการฟังวิชาการจากผู้อื่นในธุรกิจที่ทำอยู่  ควรจะหาสมุดหนา ๆ สักเล่ม  จดบันทึกวันเวลาและชื่อวิทยากร รวมอยู่ในเล่มเดียวกัน  เพื่อความสะดวกในการทบทวน  เรียนรู้จากการเห็นก็เป็นเรื่องจำเป็น  เช่น เห็นวิธีการจากการประชุม ฯลฯ  มีสิ่งต่าง ๆ มากมายรอบตัวเราที่จะสอนเราให้เก่งได้  แม้บางทีที่ได้ยินได้ฟังมา…อาจจะไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเรา  แต่เราสามารถหยิบยกมาเป็นความรู้ไว้กับตัวเองได้  หากท่านจะประสบความสำเร็จในเรื่องใด ก็จะต้องเรียนรู้ในเรื่องนั้น … ให้มากกว่าคนอื่นถ้าคนอื่นรู้…แต่เราไม่รู้  แสดงว่าเรายังเรียนรู้ไม่พอ  เพียงแต่ท่านมีความคิดที่จะเรียนรู้ทุกอย่างก็จะเป็นไปได้  ถ้าเอาแต่คิดว่าเราไม่เก่ง  เราไม่มีโอกาส  เราไม่มีโชควาสนา  เราก็จะอยู่แค่นั้น …เพราะเราไม่แสวงหาความรู้ต่างหาก    และอย่าลืม!

“ เรียนรู้สิ่งที่ทำ ให้มากกว่าคนอื่นพร้อมทั้งลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ

                                                      ท่านก็จะก้าวไปสู่ความสำเร็จได้เช่นกัน ”